ข้อกำหนดการใช้งาน
เวอร์ชัน terms-v1.0 · มีผลบังคับใช้ 12 กรกฎาคม 2569
1. บทนำและการยอมรับข้อกำหนด
1.1 ข้อกำหนดการใช้งานฉบับนี้ (“ข้อกำหนด”) กำหนดสิทธิ หน้าที่ และเงื่อนไขระหว่าง คินโดร่าแคร์ (“บริษัท”, “KindoraCare”, “เรา”) กับบุคคลที่เข้าชม สมัครบัญชี หรือใช้เว็บไซต์ แอปพลิเคชัน ระบบ แบบฟอร์ม ช่องทางสื่อสาร หรือบริการที่เกี่ยวข้องของ KindoraCare (“แพลตฟอร์ม”) 1.2 ผู้ใช้ควรอ่านข้อกำหนดนี้ ประกาศความเป็นส่วนตัว และนโยบายที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วนก่อนสมัครหรือใช้แพลตฟอร์ม 1.3 เมื่อผู้ใช้กดปุ่ม “ยอมรับ”, ทำเครื่องหมายในช่องยอมรับ, สมัครบัญชี, ส่งแบบฟอร์ม หรือใช้แพลตฟอร์มต่อไป ผู้ใช้ยืนยันว่า - ได้อ่านและเข้าใจข้อกำหนดนี้แล้ว - มีความสามารถตามกฎหมายในการเข้าทำข้อตกลง - ข้อมูลที่ให้แก่แพลตฟอร์มเป็นความจริง ถูกต้อง และไม่ละเมิดสิทธิของบุคคลอื่น - ยอมผูกพันตามข้อกำหนดนี้และนโยบายที่อ้างถึง 1.4 หากผู้ใช้ไม่ยอมรับข้อกำหนดนี้ ผู้ใช้ต้องไม่สมัครบัญชีหรือใช้บริการที่ต้องอาศัยการยอมรับข้อกำหนด 1.5 การยอมรับข้อกำหนดนี้ไม่ถือเป็นการให้ความยินยอมสำหรับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลทุกประเภท การขอความยินยอมเกี่ยวกับข้อมูลสุขภาพ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลชีวมิติ หรือข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวอื่นจะดำเนินการแยกต่างหากเมื่อกฎหมายกำหนด 1.6 เพื่อพิสูจน์การแสดงและการยอมรับข้อกำหนดทางอิเล็กทรอนิกส์ บริษัทอาจบันทึกหลักฐานที่จำเป็น เช่น User ID ประเภทบัญชี หมายเลขฉบับและค่าแฮชของเอกสาร วันเวลา ช่องทาง ข้อความปุ่มหรือ checkbox ภาษา IP address และ user agent เท่าที่จำเป็นและชอบด้วยกฎหมาย โดยดำเนินการตามประกาศความเป็นส่วนตัวและมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของบริษัท
2. คำนิยาม
เว้นแต่บริบทกำหนดเป็นอย่างอื่น คำต่อไปนี้มีความหมายดังนี้ 2.1 “ผู้ใช้” หมายถึง บุคคลที่เข้าชมหรือใช้แพลตฟอร์ม รวมถึงผู้ใช้ประเภทครอบครัว ผู้ป่วย ผู้แทนโดยชอบธรรม ผู้ดูแล ผู้สมัครเป็นผู้ดูแล และบุคลากรภายในที่ได้รับอนุญาต 2.2 “ผู้ใช้ฝั่งครอบครัว” หมายถึง ผู้ป่วย ผู้รับบริการดูแล สมาชิกครอบครัว ผู้แทนโดยชอบธรรม ผู้อนุบาล ผู้พิทักษ์ หรือบุคคลที่มีอำนาจตามกฎหมายในการจัดหาบริการดูแลให้ผู้รับการดูแล 2.3 “ผู้รับการดูแล” หมายถึง บุคคลซึ่งข้อมูล ความต้องการ หรือกรณีการดูแลถูกนำเข้าสู่แพลตฟอร์มเพื่อขอรับคำแนะนำหรือค้นหาผู้ดูแล 2.4 “ผู้ดูแล” หมายถึง บุคคลที่สมัคร สร้างโปรไฟล์ เสนอความสามารถ หรือรับงานดูแลผ่านหรือโดยอาศัยแพลตฟอร์ม 2.5 “เคส” หมายถึง ความต้องการบริการดูแลที่ผู้ใช้ฝั่งครอบครัวจัดทำหรือส่งให้แพลตฟอร์ม รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ ช่วงเวลา งบประมาณ ภาวะสุขภาพ ความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวัน ความเสี่ยง และทักษะที่ต้องการ 2.6 “การแนะนำ” หรือ “การจับคู่” หมายถึง การแสดงรายชื่อหรือข้อมูลผู้ดูแลที่อาจสอดคล้องกับข้อมูลเคส โดยอาศัยหลักเกณฑ์ของแพลตฟอร์มและ/หรือการตรวจทานโดยบุคลากรของบริษัท ทั้งนี้ไม่ใช่การรับประกันความเหมาะสมหรือการแต่งตั้งผู้ดูแล 2.7 “สถานะการตรวจสอบ” หมายถึงข้อความหรือสัญลักษณ์ที่แสดงว่าบริษัทได้ตรวจสอบข้อมูลหรือเอกสารบางประเภทตามขอบเขตและ ณ เวลาที่กำหนด 2.8 “ตราสัญลักษณ์ทักษะ” หรือ “Badge” หมายถึงสัญลักษณ์ที่แสดงข้อมูลเกี่ยวกับหลักสูตร ประสบการณ์ เอกสาร หรือเงื่อนไขภายในที่กำหนด มิใช่ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพหรือการรับรองจากรัฐ เว้นแต่ระบุไว้อย่างชัดเจน 2.9 “บริการดูแล” หมายถึงบริการที่ผู้ดูแลตกลงให้แก่ผู้รับการดูแลหรือผู้ใช้ฝั่งครอบครัวโดยตรง 2.10 “เนื้อหา” หมายถึงข้อความ รูปภาพ เอกสาร โปรไฟล์ รีวิว ความคิดเห็น ข้อมูลเคส และข้อมูลอื่นที่ส่ง แสดง หรือจัดเก็บผ่านแพลตฟอร์ม
3. คุณสมบัติของผู้ใช้และอำนาจในการดำเนินการ
3.1 ผู้สมัครบัญชีต้องมีอายุอย่างน้อย 20 ปีบริบูรณ์ หรือมีคุณสมบัติตามที่บริษัทและกฎหมายกำหนด 3.2 ผู้ใช้ที่ดำเนินการแทนผู้รับการดูแลยืนยันว่า - มีอำนาจตามกฎหมายหรือได้รับอนุญาตอย่างเหมาะสมให้ดำเนินการแทน - มีสิทธิให้ข้อมูลของผู้รับการดูแลแก่บริษัทและผู้ดูแลตามขอบเขตที่จำเป็น - จะอธิบายการใช้แพลตฟอร์มและการเปิดเผยข้อมูลแก่ผู้รับการดูแลเท่าที่สามารถทำได้ - จะจัดให้มีความยินยอมหรือฐานกฎหมายที่จำเป็นสำหรับข้อมูลสุขภาพและข้อมูลอ่อนไหว 3.3 หากผู้รับการดูแลเป็นผู้เยาว์ บุคคลไร้ความสามารถ บุคคลเสมือนไร้ความสามารถ หรือไม่สามารถให้ความยินยอมได้ ผู้ใช้ต้องดำเนินการตามกฎหมายเกี่ยวกับผู้แทนโดยชอบธรรม ผู้อนุบาล ผู้พิทักษ์ หรือผู้มีอำนาจที่เกี่ยวข้อง 3.4 บริษัทอาจขอหลักฐานยืนยันตัวตน อายุ อำนาจในการดำเนินการ หรือความสัมพันธ์กับผู้รับการดูแลได้
4. บทบาทของ KindoraCare
4.1 KindoraCare เป็นแพลตฟอร์มที่มีบทบาทในการ - รับสมัครและจัดทำโปรไฟล์ผู้ใช้ - ตรวจสอบข้อมูลหรือเอกสารบางประเภทตามขอบเขตที่บริษัทกำหนด - รับข้อมูลความต้องการของเคสและแบบประเมิน - แนะนำหรืออำนวยความสะดวกในการจับคู่ระหว่างผู้ใช้ฝั่งครอบครัวกับผู้ดูแล - อำนวยความสะดวกด้านการสื่อสาร การนัดหมาย การให้ข้อมูล และการจัดการข้อร้องเรียน - ให้ข้อมูลหรือสื่อการเรียนรู้ที่เกี่ยวข้องกับการดูแล 4.2 เว้นแต่บริษัทจะตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรไว้โดยเฉพาะ บริษัท - ไม่ใช่ผู้ให้บริการรักษาพยาบาล - ไม่ใช่สถานพยาบาล - ไม่ใช่บริการการแพทย์ฉุกเฉิน - ไม่ได้วินิจฉัยโรค สั่งการรักษา หรือออกคำสั่งทางคลินิก - ไม่ได้เป็นนายจ้างของผู้ดูแล - ไม่ได้ควบคุมตารางงาน วิธีปฏิบัติงาน หรือการตัดสินใจประจำวันของผู้ดูแลในฐานะนายจ้าง - ไม่ได้แต่งตั้งหรือบังคับให้ผู้ใช้ฝั่งครอบครัวต้องเลือกผู้ดูแลรายใด - ไม่รับประกันผลลัพธ์ของบริการดูแล 4.3 ผู้ใช้ฝั่งครอบครัวเป็นผู้พิจารณาและตัดสินใจเลือกผู้ดูแลด้วยตนเอง ผู้ดูแลเป็นผู้พิจารณาว่าจะตอบรับเคสหรือไม่ 4.4 ความสัมพันธ์ทางกฎหมายระหว่างบริษัท ผู้ดูแล และผู้ใช้ฝั่งครอบครัวให้พิจารณาจากข้อเท็จจริงของการดำเนินงาน ข้อตกลงที่เกี่ยวข้อง และกฎหมายที่ใช้บังคับ ไม่ใช่เพียงชื่อเรียกในข้อกำหนดนี้ 4.5 หากบริษัทให้บริการเพิ่มเติมที่ทำให้บริษัทเป็นคู่สัญญาโดยตรง เช่น บริการบริหารเคส บริการฝึกอบรม หรือบริการแบบแพ็กเกจ บริษัทจะแจ้งเงื่อนไขเฉพาะก่อนผู้ใช้ตกลงใช้บริการดังกล่าว
5. บัญชีผู้ใช้และความปลอดภัยของบัญชี
5.1 ผู้ใช้ต้องให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบัน รวมถึงชื่อ หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล ที่อยู่ ข้อมูลยืนยันตัวตน และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับบทบาทของตน 5.2 ผู้ใช้หนึ่งรายต้องไม่สร้างบัญชีหลายบัญชีเพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดหรือการตรวจสอบ เว้นแต่บริษัทอนุญาต 5.3 ผู้ใช้ต้องรักษารหัสผ่าน รหัส OTP อุปกรณ์ และข้อมูลเข้าสู่ระบบเป็นความลับ และต้องแจ้งบริษัททันทีเมื่อสงสัยว่าบัญชีถูกเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต 5.4 ผู้ใช้รับผิดชอบกิจกรรมที่เกิดขึ้นผ่านบัญชีของตน เว้นแต่เกิดจากความผิดของบริษัทหรือเหตุที่ผู้ใช้ไม่อาจป้องกันได้ตามสมควร 5.5 บริษัทอาจใช้มาตรการยืนยันตัวตน เช่น การยืนยันหมายเลขโทรศัพท์ อีเมล เอกสารราชการ ภาพถ่ายใบหน้า หรือวิธีอื่นตามระดับความเสี่ยงและกฎหมาย 5.6 ผู้ใช้ห้ามขาย โอน ให้เช่า หรืออนุญาตให้บุคคลอื่นใช้บัญชีของตน
6. หน้าที่ของผู้ใช้ฝั่งครอบครัว
6.1 ผู้ใช้ฝั่งครอบครัวต้องให้ข้อมูลเคสที่ถูกต้องและเพียงพอ โดยเฉพาะข้อมูลที่มีผลต่อความปลอดภัย เช่น - ภาวะการเคลื่อนไหวและความเสี่ยงต่อการหกล้ม - ภาวะการรู้คิด พฤติกรรม หรือความเสี่ยงต่อการหลงทาง - โรคประจำตัว อาการแพ้ และยาที่เกี่ยวข้องกับการดูแล - อุปกรณ์ทางการแพทย์ สายให้อาหาร สายสวน หรือช่องเปิดต่าง ๆ - ความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ พฤติกรรมก้าวร้าว หรืออันตรายในบ้าน - ความต้องการด้านการยก เคลื่อนย้าย อาบน้ำ ขับถ่าย หรือเฝ้าระวัง - สัตว์เลี้ยง ผู้สูบบุหรี่ อาวุธ สารอันตราย หรือสภาพแวดล้อมที่อาจกระทบความปลอดภัย 6.2 ผู้ใช้ฝั่งครอบครัวต้องแจ้งการเปลี่ยนแปลงสำคัญของเคสให้ผู้ดูแลและบริษัททราบโดยไม่ชักช้า 6.3 ผู้ใช้ฝั่งครอบครัวต้องจัดสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย อุปกรณ์ที่เหมาะสม ข้อมูลติดต่อฉุกเฉิน และคำแนะนำจากบุคลากรทางการแพทย์ที่จำเป็น 6.4 ผู้ใช้ฝั่งครอบครัวต้องไม่ขอ สั่ง กดดัน หรือยินยอมให้ผู้ดูแล - กระทำการผิดกฎหมาย - ทำหัตถการหรือประกอบวิชาชีพที่ผู้ดูแลไม่มีสิทธิ คุณสมบัติ หรือใบอนุญาตตามกฎหมาย - ใช้ยา เครื่องมือ หรืออุปกรณ์โดยไม่มีคำสั่ง แผนการรักษา หรือแนวทางที่เหมาะสม - ปกปิดเหตุฉุกเฉิน การติดเชื้อ ความรุนแรง หรือความเสี่ยงสำคัญ - ปฏิบัติงานในสภาพที่ไม่ปลอดภัยหรือเป็นการคุกคาม เพื่อความชัดเจน ข้อห้ามข้างต้นรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง การฉีดยาเข้ากระแสเลือด การเจาะเลือด การใส่สายสวนปัสสาวะ การดูดเสมหะแบบลึก (Deep Suction) และหัตถการที่มีการแทงทะลุผิวหนัง เว้นแต่ผู้ดูแลรายนั้นเป็นผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์หรือผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมที่มีใบอนุญาตถูกต้องและยังมีผล รับเคสในฐานะผู้ประกอบวิชาชีพดังกล่าว และปฏิบัติภายในขอบเขตวิชาชีพ คำสั่งหรือแผนการรักษา และกฎหมายที่ใช้บังคับ 6.5 ผู้ใช้ฝั่งครอบครัวต้องชำระค่าตอบแทน ค่าใช้จ่าย และค่าธรรมเนียมตามที่ตกลงกับผู้ดูแลและ/หรือบริษัท 6.6 ผู้ใช้ฝั่งครอบครัวต้องปฏิบัติต่อผู้ดูแลอย่างสุภาพ ไม่เลือกปฏิบัติ ไม่คุกคาม และไม่ใช้ความรุนแรง
7. หน้าที่และคำรับรองของผู้ดูแล
7.1 ผู้ดูแลยืนยันว่า ข้อมูลเกี่ยวกับตัวตน อายุ ที่อยู่ ประสบการณ์ การศึกษา การอบรม ใบรับรอง ใบอนุญาต ประวัติการทำงาน และบุคคลอ้างอิงเป็นความจริงและตรวจสอบได้ สำหรับเคสผู้รับการดูแลที่เป็นผู้สูงอายุหรือบุคคลที่มีภาวะพึ่งพิง ผู้ดูแลต้องมีหลักฐานผ่านการอบรมหลักสูตรผู้ดูแลผู้สูงอายุตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข หรือมีคุณสมบัติ ใบรับรอง หรือการขึ้นทะเบียนอื่นที่กฎหมายยอมรับสำหรับลักษณะบริการนั้น และต้องแสดงหลักฐานดังกล่าวแก่บริษัทก่อนรับเคสเมื่อบริษัทร้องขอ 7.2 ผู้ดูแลต้องแจ้งบริษัททันทีเมื่อ - ข้อมูลในโปรไฟล์เปลี่ยนแปลง - ใบรับรองหรือใบอนุญาตหมดอายุ ถูกพัก หรือถูกเพิกถอน - มีเหตุที่กระทบความเหมาะสมหรือความปลอดภัยในการให้บริการ - ถูกกล่าวหา ดำเนินคดี หรือมีคำสั่งจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเรื่องที่อาจกระทบต่อบริการดูแล 7.3 ผู้ดูแลต้องปฏิบัติงานภายในขอบเขตความรู้ ความสามารถ การอบรม และสิทธิที่กฎหมายอนุญาต 7.4 Badge สถานะการตรวจสอบ หลักฐานการอบรม หรือข้อมูลประสบการณ์บนแพลตฟอร์มไม่เพิ่มขอบเขตสิทธิทางวิชาชีพ ไม่ใช่ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ และไม่อนุญาตให้ผู้ดูแลทำหัตถการที่กฎหมายสงวนไว้ให้ผู้ประกอบวิชาชีพ ผู้ดูแลทั่วไปต้องไม่ทำ รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง การฉีดยาเข้ากระแสเลือด การเจาะเลือด การใส่สายสวนปัสสาวะ การดูดเสมหะแบบลึก (Deep Suction) หรือหัตถการที่มีการแทงทะลุผิวหนัง เว้นแต่ผู้ดูแลรายนั้นเป็นผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์หรือผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมที่มีใบอนุญาตถูกต้องและยังมีผล รับเคสในฐานะผู้ประกอบวิชาชีพดังกล่าว และปฏิบัติภายในขอบเขตวิชาชีพ คำสั่งหรือแผนการรักษา และกฎหมายที่ใช้บังคับ แม้ผู้ดูแลมีใบอนุญาตดังกล่าว บริษัทอาจกำหนดให้ตรวจสอบใบอนุญาต เอกสารประกอบ ขอบเขตบริการ และเงื่อนไขความปลอดภัยเพิ่มเติมก่อนอนุญาตให้แสดง รับ หรือปฏิบัติเคสประเภทนั้นผ่านแพลตฟอร์ม และบริษัทอาจไม่เปิดให้บริการเคสประเภทดังกล่าวจนกว่าจะมีระบบและมาตรการที่บริษัทอนุมัติ 7.5 ผู้ดูแลต้องไม่รับเคสที่เกินความสามารถของตน และต้องขอคำแนะนำ ส่งต่อ หรือปฏิเสธงานเมื่อมีความเสี่ยงที่ไม่สามารถจัดการได้อย่างปลอดภัย 7.6 ผู้ดูแลต้องรักษาความลับของผู้รับการดูแลและครอบครัว และใช้ข้อมูลที่ได้รับเฉพาะเพื่อให้บริการตามเคส 7.7 ผู้ดูแลต้องไม่ถ่ายภาพ บันทึกเสียง บันทึกวิดีโอ หรือเผยแพร่ข้อมูลของผู้รับการดูแล เว้นแต่ได้รับอนุญาตอย่างชัดแจ้งและชอบด้วยกฎหมาย 7.8 ผู้ดูแลต้องไม่ส่งต่อเคสให้บุคคลอื่นหรือจัดหาผู้ปฏิบัติงานแทนโดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ใช้ฝั่งครอบครัวและบริษัท 7.9 ผู้ดูแลรับผิดชอบการปฏิบัติตามกฎหมายด้านภาษี ใบอนุญาต การขึ้นทะเบียน การประกัน และหน้าที่ส่วนบุคคลอื่นของตน เว้นแต่กฎหมายหรือข้อตกลงเฉพาะกำหนดเป็นอย่างอื่น 7.10 ผู้ดูแลต้องปฏิบัติตามจรรยาบรรณผู้ดูแล แนวทางความปลอดภัย และนโยบายของแพลตฟอร์มที่แจ้งให้ทราบ
8. การประเมินเคสและข้อมูลสุขภาพ
8.1 แบบประเมินบนแพลตฟอร์มมีวัตถุประสงค์เพื่อรวบรวมข้อมูลประกอบการจัดประเภทความต้องการและการแนะนำผู้ดูแล ไม่ใช่การวินิจฉัยโรค การตรวจรักษา หรือคำแนะนำทางการแพทย์ 8.2 คะแนนความซับซ้อน ระดับความช่วยเหลือ หรือผลการประเมินเป็นเครื่องมือสนับสนุนการตัดสินใจ และอาจมีข้อจำกัดจากข้อมูลที่ผู้ใช้ให้ ความเปลี่ยนแปลงของอาการ และปัจจัยที่แพลตฟอร์มไม่สามารถตรวจพบ 8.3 ผู้ใช้ต้องไม่ใช้ผลการประเมินแทนคำแนะนำจากแพทย์ พยาบาล นักกิจกรรมบำบัด นักกายภาพบำบัด หรือผู้ประกอบวิชาชีพสุขภาพที่เกี่ยวข้อง 8.4 บริษัทอาจขอข้อมูลเพิ่มเติมหรือปฏิเสธการแนะนำหากข้อมูลไม่เพียงพอ ขัดแย้งกัน หรือแสดงความเสี่ยงที่เกินขอบเขตของแพลตฟอร์ม 8.5 การเก็บ ใช้ เปิดเผย และส่งต่อข้อมูลสุขภาพให้เป็นไปตามประกาศความเป็นส่วนตัวและแบบขอความยินยอมที่เกี่ยวข้อง
9. หลักเกณฑ์การแนะนำและการจับคู่
9.1 แพลตฟอร์มอาจใช้หลักเกณฑ์ต่อไปนี้ทั้งหมดหรือบางส่วนในการแนะนำหรือจัดลำดับการแสดงผู้ดูแล - พื้นที่และระยะทาง - วัน เวลา และรูปแบบการทำงาน - งบประมาณหรือค่าตอบแทนที่คาดหวัง - ประสบการณ์และทักษะที่ผู้ดูแลแจ้ง - Badge ใบรับรอง หลักฐานการอบรม หรือสถานะการตรวจสอบ - ลักษณะของเคส ระดับความซับซ้อน และข้อกำหนดด้านความปลอดภัย - ความสามารถด้านภาษา การเดินทาง หรือการพักค้างคืน - ประวัติการตอบรับ ความพร้อม ความครบถ้วนและความเป็นปัจจุบันของโปรไฟล์ และข้อมูลคุณภาพที่เกี่ยวข้อง - ข้อจำกัดด้านกฎหมาย ใบอนุญาต คุณสมบัติ หรือการขึ้นทะเบียนที่เกี่ยวข้อง 9.2 หลักเกณฑ์ที่มีความสำคัญเป็นลำดับแรก ได้แก่ คุณสมบัติขั้นต่ำตามกฎหมายและความปลอดภัย ทักษะหรือหลักฐานการอบรมที่จำเป็นสำหรับเคส พื้นที่ให้บริการ และความพร้อมในวันและเวลาที่ต้องการ ส่วนงบประมาณ ภาษา รูปแบบการเดินทาง ความครบถ้วนของโปรไฟล์ และความต้องการเฉพาะอื่นเป็นปัจจัยประกอบ ทั้งนี้ บริษัทอาจตัดผู้ดูแลที่ไม่ผ่านเงื่อนไขบังคับออกก่อนการจัดลำดับหรือแนะนำ 9.3 ในระยะที่แพลตฟอร์มยังดำเนินงานแบบ Branded Trust MVP การจับคู่อาจใช้กฎที่กำหนดล่วงหน้าและการตรวจทานโดยบุคลากรของบริษัท ไม่ใช่การจัดอันดับด้วยปัญญาประดิษฐ์ บริษัทจะไม่ให้การชำระเงินเพื่อซื้ออันดับหรือการสนับสนุนทางการค้าเป็นปัจจัยในการแนะนำ เว้นแต่จะแสดงป้ายกำกับและเปิดเผยผลของปัจจัยดังกล่าวอย่างชัดเจนก่อนผู้ใช้ตัดสินใจ 9.4 ลำดับการแสดงผลไม่จำเป็นต้องหมายถึงผู้ดูแลรายแรกเหมาะสมที่สุด และอาจได้รับผลจากความครบถ้วนและความเป็นปัจจุบันของข้อมูล ความพร้อม ข้อจำกัดทางระบบ และการตรวจทานโดยบุคลากรของบริษัท 9.5 หากบริษัทมีหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล บริษัทจะประกาศปัจจัยหลักที่ใช้ในการจัดอันดับหรือแนะนำ ความสำคัญโดยเปรียบเทียบของปัจจัยดังกล่าว ทางเลือกในการปรับตัวกรองหรือการตั้งค่าที่ผู้ใช้สามารถใช้ได้ และการเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญของหลักเกณฑ์ ในข้อกำหนดนี้หรือหน้านโยบายการจับคู่ที่อ้างอิงเป็นส่วนหนึ่งของข้อกำหนดนี้ 9.6 บริษัทอาจไม่แนะนำผู้ดูแลรายใด หากไม่มีผู้สมัครที่ผ่านหลักเกณฑ์ขั้นต่ำหรือหากบริษัทเห็นว่าความเสี่ยงไม่เหมาะสม 9.7 ผู้ใช้ฝั่งครอบครัวต้องสัมภาษณ์ ตรวจสอบความเหมาะสม และตัดสินใจเลือกผู้ดูแลด้วยตนเอง ผู้ดูแลต้องประเมินเคสก่อนตอบรับ 9.8 บริษัทไม่รับประกันว่า - จะมีผู้ดูแลพร้อมในวันหรือพื้นที่ที่ต้องการ - ผู้ดูแลที่แนะนำจะตอบรับเคส - การจับคู่จะต่อเนื่องตลอดระยะเวลาที่ต้องการ - บุคลิกภาพ ความคาดหวัง หรือวิธีการทำงานของทั้งสองฝ่ายจะสอดคล้องกันทุกประการ
10. การตรวจสอบผู้ดูแลและ Badge
10.1 บริษัทอาจดำเนินการตรวจสอบบางรายการ เช่น - หมายเลขโทรศัพท์และอีเมล - บัตรประจำตัวหรือเอกสารยืนยันตัวตน - ภาพถ่ายใบหน้า - ที่อยู่หรือพื้นที่ให้บริการ - ประวัติการทำงานและบุคคลอ้างอิง - ใบรับรองการอบรมหรือคุณวุฒิ - ใบอนุญาตหรือการขึ้นทะเบียนที่ตรวจสอบได้ - สำหรับเคสผู้รับการดูแลที่เป็นผู้สูงอายุหรือบุคคลที่มีภาวะพึ่งพิง หลักฐานผ่านการอบรมหลักสูตรผู้ดูแลผู้สูงอายุตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข หรือหลักฐานคุณสมบัติ ใบรับรอง หรือการขึ้นทะเบียนอื่นที่กฎหมายยอมรับสำหรับลักษณะบริการนั้น - เอกสารประวัติอาชญากรรม เมื่อมีฐานกฎหมายและความยินยอมที่เหมาะสม 10.2 สถานะ “ผ่านการตรวจสอบ” หมายถึงบริษัทได้ตรวจสอบเฉพาะรายการที่ระบุ ตามเอกสาร แหล่งข้อมูล และวันที่ที่ตรวจสอบ ไม่ได้หมายความว่า - ข้อมูลทุกประการของผู้ดูแลได้รับการตรวจสอบแล้ว - ผู้ดูแลไม่มีประวัติหรือเหตุการณ์อื่นที่ไม่ปรากฏในแหล่งข้อมูล - ผู้ดูแลจะปฏิบัติงานโดยปราศจากความผิดพลาด - บริษัทรับรองพฤติกรรมในอนาคตหรือผลลัพธ์ของบริการดูแล 10.3 การตรวจสอบอาจมีวันหมดอายุหรือจำเป็นต้องตรวจซ้ำ ผู้ดูแลต้องให้ข้อมูลอัปเดตตามที่บริษัทร้องขอ 10.4 บริษัทอาจลดระดับ ซ่อน หรือเพิกถอน Badge หรือสถานะการตรวจสอบ หากข้อมูลหมดอายุ ไม่สามารถยืนยันได้ มีข้อร้องเรียนที่น่าเชื่อถือ หรือพบการฝ่าฝืน 10.5 บริษัทจะแจ้งขอบเขตและความหมายของ Badge แต่ละประเภทบนแพลตฟอร์มหรือในนโยบายการตรวจสอบ 10.6 ผู้ดูแลที่อ้างว่าตนเป็นผู้ประกอบวิชาชีพสุขภาพต้องให้ข้อมูลใบอนุญาตที่ถูกต้องและยินยอมให้บริษัทตรวจสอบสถานะกับสภาวิชาชีพ หน่วยงานรัฐ หรือแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้เท่าที่กฎหมายอนุญาต ระหว่างที่ยังตรวจสอบไม่แล้วเสร็จ บริษัทอาจไม่แสดงสถานะวิชาชีพ ไม่ออก Badge ที่เกี่ยวข้อง และไม่อนุญาตให้รับเคสที่มีหัตถการสงวน 10.7 บริษัทอาจตรวจสอบใบอนุญาตซ้ำตามรอบ เมื่อใกล้หมดอายุ เมื่อได้รับข้อร้องเรียน หรือเมื่อมีเหตุอันควรสงสัย และอาจระงับสถานะวิชาชีพหรือสิทธิรับเคสทันทีหากใบอนุญาตหมดอายุ ถูกพัก ถูกเพิกถอน ไม่ตรงกับตัวบุคคล หรือไม่สามารถยืนยันได้
11. การตกลงบริการระหว่างครอบครัวกับผู้ดูแล
11.1 เมื่อผู้ใช้ฝั่งครอบครัวเลือกผู้ดูแลและผู้ดูแลตอบรับ ทั้งสองฝ่ายควรตกลงรายละเอียดเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนเริ่มงาน อย่างน้อยในเรื่องต่อไปนี้ - ขอบเขตงานและสิ่งที่ไม่รวมในงาน - วัน เวลา สถานที่ และระยะเวลา - ค่าตอบแทน ค่าเดินทาง ค่าอาหาร และค่าใช้จ่ายอื่น - วิธีและกำหนดเวลาชำระเงิน - การพัก การเปลี่ยนกะ และผู้ติดต่อฉุกเฉิน - การยกเลิก เลื่อนงาน หรือขาดงาน - การจัดการยา อุปกรณ์ และทรัพย์สิน - การรายงานเหตุผิดปกติและเหตุฉุกเฉิน - การรักษาความลับและข้อมูลส่วนบุคคล 11.2 เว้นแต่บริษัทระบุเป็นอย่างอื่นอย่างชัดแจ้ง สัญญาบริการดูแลเกิดขึ้นโดยตรงระหว่างผู้ใช้ฝั่งครอบครัวกับผู้ดูแล บริษัทไม่เป็นคู่สัญญาในบริการดูแลดังกล่าว เว้นแต่ผู้ใช้ฝั่งครอบครัวและผู้ดูแลจะตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรไว้เป็นอย่างอื่น ทั้งสองฝ่ายแสดงเจตนาให้ความสัมพันธ์ระหว่างกันมีลักษณะเป็นสัญญาจ้างทำของและความสัมพันธ์กับผู้รับจ้างอิสระ (Independent Contractor) ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โดยมุ่งที่ผลสำเร็จและขอบเขตงานดูแลที่ตกลงกัน มิใช่สัญญาจ้างแรงงาน อย่างไรก็ตาม การเรียกชื่อหรือแสดงเจตนาตามวรรคก่อนจะไม่ลบล้างบทบัญญัติกฎหมายบังคับ หากข้อเท็จจริงในการปฏิบัติงาน เช่น ระดับการบังคับบัญชา การควบคุมวิธีทำงาน ตารางงาน ความต่อเนื่องของงาน รูปแบบค่าตอบแทน หรือพฤติการณ์อื่น ทำให้นิติสัมพันธ์เข้าลักษณะจ้างแรงงานหรือความสัมพันธ์ทางกฎหมายประเภทอื่น ให้สิทธิและหน้าที่ของทั้งสองฝ่ายเป็นไปตามกฎหมายและข้อเท็จจริงนั้น 11.3 บริษัทอาจจัดทำแบบข้อตกลงมาตรฐานเพื่ออำนวยความสะดวก แต่การใช้แบบดังกล่าวไม่ทำให้บริษัทเป็นคู่สัญญาหรือรับผิดชอบการปฏิบัติงานของผู้ดูแล 11.4 ทั้งสองฝ่ายต้องตรวจสอบว่าข้อตกลงและการปฏิบัติงานจริงสอดคล้องกับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงกฎหมายแรงงาน ภาษี ประกันสังคม การประกอบวิชาชีพ และการคุ้มครองผู้บริโภคตามข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี หากมีการกำหนดเวลาทำงาน การควบคุมหรือสั่งการอย่างต่อเนื่อง การจ่ายค่าตอบแทนรายเดือน การทำงานแต่ผู้เดียว หรือเงื่อนไขอื่นที่อาจก่อให้เกิดความสัมพันธ์นายจ้าง–ลูกจ้าง ทั้งสองฝ่ายควรขอคำปรึกษาทางกฎหมายและดำเนินการตามหน้าที่ที่กฎหมายกำหนด การใช้แบบข้อตกลงของแพลตฟอร์มหรือคำว่า “ผู้รับจ้างอิสระ” ไม่เป็นการรับรองว่าศาลหรือหน่วยงานรัฐจะจำแนกนิติสัมพันธ์เช่นนั้น หากข้อเท็จจริงเป็นอย่างอื่น
12. ค่าบริการ ค่าตอบแทน และการชำระเงิน
12.1 บริษัทจะแสดงค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม ค่าบริการ หรือค่าใช้จ่ายที่บริษัทเรียกเก็บก่อนผู้ใช้ยืนยันธุรกรรมหรือสมัครบริการที่มีค่าใช้จ่าย 12.2 ค่าตอบแทนผู้ดูแลอาจกำหนดโดย - การตกลงโดยตรงระหว่างผู้ใช้ฝั่งครอบครัวกับผู้ดูแล - อัตราที่แสดงในเคส - แพ็กเกจหรือข้อเสนอเฉพาะที่บริษัทแจ้งไว้ 12.3 ในระยะเริ่มต้น การชำระเงินอาจดำเนินการโดยตรงระหว่างผู้ใช้ หรือผ่านผู้ให้บริการรับชำระเงินภายนอกตามที่แจ้ง บริษัทจะไม่รับฝากหรือถือเงินแทนผู้ใช้ในลักษณะผู้รับฝากทรัพย์หรือผู้ให้บริการทางการเงิน เว้นแต่ได้จัดโครงสร้างและแจ้งเงื่อนไขแยกต่างหากโดยชอบด้วยกฎหมาย 12.4 หากใช้ผู้ให้บริการรับชำระเงินภายนอก ผู้ใช้ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขของผู้ให้บริการดังกล่าว บริษัทไม่รับผิดชอบต่อความล่าช้าหรือความขัดข้องที่เกิดจากระบบภายนอก เว้นแต่เกิดจากความผิดของบริษัท 12.5 ผู้ดูแลรับผิดชอบในการออกเอกสารรับเงินหรือเอกสารภาษีของตนตามกฎหมาย เว้นแต่บริษัทเป็นผู้มีหน้าที่ดำเนินการตามโครงสร้างบริการที่แจ้งไว้ 12.6 อัตราค่าธรรมเนียม วิธีคำนวณ ระยะเวลาชำระ และผู้รับผิดชอบค่าธรรมเนียมต้องระบุในหน้า Pricing ใบเสนอราคา หน้ายืนยันเคส หรือนโยบายที่เกี่ยวข้อง 12.7 บริษัทจะไม่เปลี่ยนค่าธรรมเนียมสำหรับธุรกรรมที่ยืนยันแล้วโดยย้อนหลัง เว้นแต่เกิดข้อผิดพลาดชัดแจ้งและบริษัทแจ้งผู้ใช้พร้อมทางเลือกที่เหมาะสม
13. การยกเลิก การเลื่อน และการคืนเงิน
13.1 การยกเลิกหรือเลื่อนบริการดูแลให้เป็นไปตามนโยบายการยกเลิกและคืนเงินที่แสดงก่อนยืนยันเคส และ/หรือข้อตกลงระหว่างผู้ใช้ฝั่งครอบครัวกับผู้ดูแล 13.2 นโยบายดังกล่าวควรระบุอย่างน้อย - ระยะเวลาแจ้งยกเลิก - ค่าธรรมเนียมหรือค่าชดเชยกรณียกเลิกล่าช้า - กรณีผู้ดูแลไม่มาตามนัด - กรณีผู้รับการดูแลเข้ารักษาตัวหรือเกิดเหตุฉุกเฉิน - วิธีขอคืนเงินและระยะเวลาดำเนินการ - ผลกระทบจากค่าธรรมเนียมของผู้ให้บริการรับชำระเงิน 13.3 บริษัทอาจช่วยประสานข้อพิพาทเกี่ยวกับการยกเลิกหรือการชำระเงิน แต่ไม่รับประกันว่าจะสามารถเรียกเก็บหรือคืนเงินจากอีกฝ่ายได้ เว้นแต่บริษัทเป็นผู้รับชำระหรือมีหน้าที่ตามกฎหมาย 13.4 ไม่มีข้อความใดในข้อกำหนดนี้ตัดสิทธิของผู้บริโภคตามกฎหมาย
14. ความปลอดภัย เหตุฉุกเฉิน และข้อจำกัดทางการแพทย์
14.1 แพลตฟอร์มไม่ใช่ช่องทางสำหรับเหตุฉุกเฉิน หากมีอาการหรือเหตุที่อาจเป็นอันตรายต่อชีวิตหรือร่างกาย ให้ติดต่อบริการการแพทย์ฉุกเฉิน โทร. 1669 หรือหน่วยงานฉุกเฉินที่เหมาะสมทันที 14.2 ผู้ใช้ต้องไม่รอการตอบกลับจากแพลตฟอร์มในเหตุฉุกเฉิน 14.3 ผู้ดูแลต้องแจ้งผู้ใช้ฝั่งครอบครัวและหน่วยงานฉุกเฉินเมื่อเกิดเหตุที่เกินขอบเขตความสามารถของตน และต้องบันทึกเหตุการณ์ตามสมควร 14.4 ผู้ใช้ฝั่งครอบครัวต้องจัดให้มี - รายชื่อผู้ติดต่อฉุกเฉิน - ข้อมูลโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลประจำ - รายการยาและประวัติแพ้ยาเท่าที่จำเป็น - คำสั่งหรือแผนการดูแลที่ชัดเจนจากผู้ประกอบวิชาชีพ - อุปกรณ์ที่ปลอดภัยและพร้อมใช้งาน 14.5 บริษัทอาจปฏิเสธหรือระงับเคสที่มีความเสี่ยงสูงเกินขอบเขต เช่น ต้องมีการเฝ้าระวังทางการแพทย์ต่อเนื่อง ต้องใช้บุคลากรวิชาชีพเฉพาะ หรือสภาพแวดล้อมไม่ปลอดภัย
15. การสื่อสารผ่านแพลตฟอร์มและช่องทางภายนอก
15.1 บริษัทอาจติดต่อผู้ใช้ผ่านอีเมล โทรศัพท์ SMS LINE OA การแจ้งเตือนบนแพลตฟอร์ม หรือช่องทางอื่นที่ผู้ใช้ให้ไว้ 15.2 การสื่อสารผ่าน LINE โทรศัพท์ หรือบริการภายนอกอาจอยู่ภายใต้เงื่อนไขและนโยบายความเป็นส่วนตัวของผู้ให้บริการนั้น 15.3 ผู้ใช้ต้องไม่ใช้ช่องทางสื่อสารเพื่อคุกคาม หลอกลวง ส่งสแปม เผยแพร่ข้อมูลอ่อนไหวโดยไม่จำเป็น หรือกระทำการผิดกฎหมาย 15.4 บริษัทอาจเก็บหลักฐานการสื่อสารที่เกี่ยวข้องกับการสมัคร การจับคู่ การยืนยัน การร้องเรียน หรือความปลอดภัยตามระยะเวลาที่จำเป็นและตามประกาศความเป็นส่วนตัว
16. รีวิว การประเมิน และความคิดเห็น
16.1 เมื่อบริษัทเปิดใช้ฟังก์ชันรีวิว ผู้ใช้สามารถแสดงความคิดเห็นจากประสบการณ์จริงของตน โดยต้องสุจริต ถูกต้อง และไม่ละเมิดกฎหมายหรือสิทธิของผู้อื่น 16.2 ห้ามรีวิวที่ - เป็นเท็จหรือบิดเบือนอย่างมีนัยสำคัญ - มีถ้อยคำหมิ่นประมาท ข่มขู่ เกลียดชัง หยาบคาย หรือเลือกปฏิบัติ - เปิดเผยข้อมูลสุขภาพ ที่อยู่ หมายเลขประจำตัว หรือข้อมูลส่วนบุคคลเกินจำเป็น - แลกเปลี่ยนกับผลประโยชน์โดยไม่เปิดเผย - มาจากบุคคลที่ไม่ได้มีประสบการณ์เกี่ยวข้อง 16.3 บริษัทอาจตรวจสอบ ซ่อน แก้ไขเฉพาะข้อมูลส่วนบุคคล หรือลบรีวิวที่ฝ่าฝืน โดยไม่จำเป็นต้องลบเพียงเพราะผู้ถูกร้องไม่เห็นด้วยกับความคิดเห็นที่สุจริต 16.4 ผู้ใช้สามารถร้องขอให้ทบทวนรีวิวผ่านช่องทางร้องเรียนของบริษัท 16.5 บริษัทจะแจ้งหลักเกณฑ์เกี่ยวกับผู้มีสิทธิรีวิว วิธีคำนวณคะแนน การกรอง และการกลั่นกรองเมื่อเปิดใช้ฟังก์ชันดังกล่าว
17. การใช้ข้อมูลส่วนบุคคล
17.1 บริษัทประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามประกาศความเป็นส่วนตัวของแต่ละกลุ่มผู้ใช้ 17.2 ข้อมูลที่อาจประมวลผลรวมถึง - ข้อมูลระบุตัวตนและข้อมูลติดต่อ - ข้อมูลบัญชีและประวัติการใช้งาน - ข้อมูลโปรไฟล์ผู้ดูแลและเอกสารประกอบ - ข้อมูลสุขภาพ ความสามารถในการทำกิจวัตร และความต้องการของผู้รับการดูแล - ข้อมูลการตรวจสอบ ประวัติอาชญากรรม หรือข้อมูลชีวมิติ เมื่อมีฐานกฎหมายที่เหมาะสม - ข้อมูลการสื่อสาร การร้องเรียน และบันทึกเหตุการณ์ 17.3 บริษัทจะจำกัดการเข้าถึงข้อมูลตามบทบาทและความจำเป็น และจะไม่เปิดเผยข้อมูลสุขภาพทั้งหมดแก่ผู้ดูแลทุกรายโดยอัตโนมัติ 17.4 บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลเท่าที่จำเป็นแก่ - ผู้ดูแลที่อยู่ในขั้นตอนพิจารณาหรือได้รับเลือก - บุคลากรของบริษัทที่ได้รับอนุญาต - ผู้ให้บริการระบบ คลาวด์ การยืนยันตัวตน หรือการชำระเงิน - ที่ปรึกษาวิชาชีพ ผู้รับประกัน หรือหน่วยงานรัฐ เมื่อมีฐานกฎหมาย - บุคคลที่จำเป็นเพื่อป้องกันอันตรายร้ายแรงหรือรับมือเหตุฉุกเฉิน 17.5 ผู้ใช้มีสิทธิเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมายและประกาศความเป็นส่วนตัว เช่น สิทธิขอเข้าถึง แก้ไข ลบ คัดค้าน จำกัด ระงับ ถอนความยินยอม หรือร้องเรียนตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด 17.6 การถอนความยินยอมไม่กระทบการประมวลผลที่ดำเนินการโดยชอบก่อนถอน และอาจทำให้บริษัทไม่สามารถให้บริการบางส่วนที่จำเป็นต้องใช้ข้อมูลดังกล่าวได้
18. สิทธิในเนื้อหาและทรัพย์สินทางปัญญา
18.1 แพลตฟอร์ม ซอฟต์แวร์ แบบประเมิน โครงสร้างข้อมูล เครื่องหมายการค้า โลโก้ การออกแบบ คู่มือ ข้อความ และเนื้อหาที่บริษัทจัดทำเป็นทรัพย์สินของบริษัทหรือผู้อนุญาตให้ใช้สิทธิ 18.2 บริษัทให้สิทธิผู้ใช้แบบจำกัด เพิกถอนได้ ไม่ผูกขาด และโอนไม่ได้ เพื่อใช้แพลตฟอร์มตามวัตถุประสงค์ส่วนบุคคลหรือการให้บริการตามข้อกำหนดนี้ 18.3 ผู้ใช้ยังคงเป็นเจ้าของเนื้อหาที่ตนมีสิทธิและอัปโหลด แต่ให้สิทธิบริษัทในการจัดเก็บ ทำสำเนา แสดง ปรับรูปแบบ และใช้เนื้อหาดังกล่าวเท่าที่จำเป็นเพื่อให้บริการ ตรวจสอบความปลอดภัย จัดการข้อร้องเรียน และปฏิบัติตามกฎหมาย 18.4 ผู้ใช้ยืนยันว่ามีสิทธิในเนื้อหาที่ส่ง และเนื้อหานั้นไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ เครื่องหมายการค้า ความลับทางการค้า สิทธิส่วนบุคคล หรือสิทธิอื่นของบุคคลภายนอก 18.5 ผู้ใช้ห้ามคัดลอก ดัดแปลง ทำวิศวกรรมย้อนกลับ ขูดข้อมูลอัตโนมัติ หรือใช้แบบประเมินและระบบจับคู่เพื่อสร้างบริการแข่งขัน เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร
19. การใช้งานที่ต้องห้าม
ผู้ใช้ต้องไม่ 19.1 ปลอมแปลงตัวตน เอกสาร คุณวุฒิ รีวิว หรือข้อมูลเคส 19.2 ใช้แพลตฟอร์มเพื่อฉ้อโกง ฟอกเงิน ค้ามนุษย์ แสวงหาประโยชน์จากผู้เปราะบาง หรือกระทำผิดกฎหมาย 19.3 คุกคาม ล่วงละเมิดทางเพศ ใช้ความรุนแรง เลือกปฏิบัติ หรือสร้างสภาพแวดล้อมที่ไม่ปลอดภัย 19.4 ขอหรือทำหัตถการที่ผิดกฎหมายหรือเกินขอบเขตวิชาชีพ 19.5 นำข้อมูลสุขภาพหรือข้อมูลติดต่อไปใช้เพื่อการตลาด การขายต่อ หรือวัตถุประสงค์อื่นที่ไม่ได้รับอนุญาต 19.6 พยายามเข้าถึงบัญชี ข้อมูลเคส เอกสาร หรือระบบที่ตนไม่มีสิทธิ 19.7 ส่งมัลแวร์ รบกวนระบบ ทดสอบช่องโหว่โดยไม่ได้รับอนุญาต หรือหลีกเลี่ยงมาตรการรักษาความปลอดภัย 19.8 ใช้บอตหรือเครื่องมืออัตโนมัติเก็บข้อมูลผู้ใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต 19.9 ใช้ชื่อ โลโก้ Badge หรือสถานะการตรวจสอบในลักษณะที่ทำให้บุคคลอื่นเข้าใจผิด 19.10 ชักชวน ดำเนินการ หรือร่วมมือกันเพื่อหลีกเลี่ยงแพลตฟอร์ม ค่าธรรมเนียม หรือหน้าที่ตามข้อตกลง โดยมีเงื่อนไขดังต่อไปนี้ 19.10.1 ข้อห้ามนี้ใช้เฉพาะผู้ใช้ฝั่งครอบครัวและผู้ดูแลที่ได้รับการแนะนำ ติดต่อ รู้จัก หรือเข้าทำบริการระหว่างกันโดยอาศัยแพลตฟอร์ม และใช้เฉพาะบริการดูแลประเภทเดียวกันหรือเกี่ยวเนื่องกับเคสที่เกิดจากแพลตฟอร์ม 19.10.2 ผู้ใช้ฝั่งครอบครัวและผู้ดูแลตกลงว่าจะไม่เข้าทำสัญญาหรือรับบริการดูแลกันโดยตรงนอกแพลตฟอร์มโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อหลีกเลี่ยงค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม ภายในระยะเวลา 6 เดือนนับจากวันที่บริการดูแลครั้งสุดท้ายระหว่างผู้ใช้คู่นั้นสิ้นสุดลง 19.10.3 ข้อ 19.10 ไม่ใช้กับความสัมพันธ์หรือสัญญาบริการที่ทั้งสองฝ่ายมีอยู่ก่อนถูกแนะนำผ่านแพลตฟอร์ม หากฝ่ายที่อ้างข้อยกเว้นสามารถแสดงหลักฐานที่น่าเชื่อถือได้ หรือกรณีที่บริษัทให้ความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษร 19.10.4 หากผู้ใช้ฝ่าฝืนข้อ 19.10 ผู้ใช้ที่เกี่ยวข้องตกลงชำระเบี้ยปรับแก่บริษัทเป็นจำนวนเท่ากับ 5 เท่าของค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มที่บริษัทพึงได้รับจากธุรกรรมที่ฝ่าฝืนนั้น ในกรณีที่บริษัทไม่สามารถพิสูจน์มูลค่าหรือระยะเวลาของธุรกรรมที่ฝ่าฝืนได้อย่างชัดเจน ให้คำนวณเบี้ยปรับโดยสันนิษฐานเพื่อการคำนวณว่าธุรกรรมดังกล่าวมีระยะเวลาเท่ากับ 6 เดือน และใช้ค่าตอบแทนเฉลี่ยต่อเดือนจากธุรกรรมล่าสุดระหว่างผู้ใช้คู่นั้นที่ยืนยันผ่านแพลตฟอร์มเป็นฐาน หากไม่มีข้อมูลดังกล่าว ให้ใช้อัตราค่าตอบแทนมาตรฐานที่บริษัทประกาศและเปิดเผยแก่ผู้ใช้สำหรับบริการประเภทและระดับความซับซ้อนที่ใกล้เคียงกัน ณ เวลาที่ตรวจพบการฝ่าฝืน เบี้ยปรับตามข้อนี้ต้องไม่น้อยกว่า 13,500 บาท และให้ใช้จำนวนที่สูงกว่าระหว่าง (ก) จำนวนที่คำนวณได้ตามวรรคก่อน กับ (ข) จำนวนคงที่ดังกล่าว ทั้งนี้เท่าที่กฎหมายอนุญาต และไม่ตัดอำนาจศาลในการพิจารณาปรับลดเบี้ยปรับตามกฎหมาย 19.10.5 บริษัทต้องแสดงวิธีคำนวณค่าธรรมเนียมที่ใช้เป็นฐานของเบี้ยปรับและหลักฐานเกี่ยวกับธุรกรรมที่กล่าวอ้าง ผู้ใช้มีสิทธิชี้แจงหรือโต้แย้งผ่านช่องทางร้องเรียนก่อนที่บริษัทจะดำเนินการเรียกเก็บหรือใช้สิทธิตามกฎหมาย เว้นแต่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนเพื่อป้องกันความเสียหายหรือรักษาสิทธิเรียกร้อง 19.10.6 ข้อนี้ไม่ตัดสิทธิผู้ใช้ในการเลือกผู้ให้บริการรายอื่นที่ไม่ได้รับการแนะนำผ่านแพลตฟอร์ม และไม่ห้ามการติดต่อโดยตรงที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานตามเคสที่ยืนยันผ่านแพลตฟอร์ม
20. การระงับ จำกัด หรือยกเลิกบัญชี
20.1 บริษัทอาจจำกัดการมองเห็นโปรไฟล์ ระงับฟังก์ชัน หรือระงับบัญชีชั่วคราว เมื่อมีเหตุอันควรเชื่อว่า - ข้อมูลหรือเอกสารไม่ถูกต้องหรือหมดอายุ - มีความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของผู้ใช้ - มีข้อร้องเรียนที่ต้องตรวจสอบ - บัญชีถูกเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต - ผู้ใช้ฝ่าฝืนข้อกำหนดหรือนโยบาย - จำเป็นเพื่อปฏิบัติตามกฎหมายหรือคำสั่งหน่วยงาน 20.2 ก่อนหรือขณะระงับ บริษัทจะแจ้งเหตุผลและช่องทางชี้แจงเท่าที่กฎหมายอนุญาต เว้นแต่การแจ้งอาจทำให้เกิดอันตราย ขัดขวางการสอบสวน หรือฝ่าฝืนกฎหมาย 20.3 บริษัทอาจยกเลิกบัญชีเมื่อมีการฝ่าฝืนร้ายแรง ฝ่าฝืนซ้ำ ฉ้อโกง ใช้ความรุนแรง ละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล หรือกระทำการที่อาจสร้างความเสียหายร้ายแรง 20.4 ในกรณีที่กฎหมายกำหนดให้แจ้งล่วงหน้า บริษัทจะแจ้งการยกเลิกไม่น้อยกว่าระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด เว้นแต่เข้าข้อยกเว้นตามกฎหมาย 20.5 ผู้ใช้สามารถยื่นคำชี้แจงหรืออุทธรณ์การระงับผ่าน อีเมล contact@kindora.care หรือโทร 062-946-9642 ภายใน 15 วัน 20.6 เมื่อเหตุแห่งการระงับหมดไป บริษัทอาจคืนสถานะบัญชีภายในระยะเวลาที่เหมาะสม 20.7 ผู้ใช้สามารถขอปิดบัญชีได้ โดยการปิดบัญชีไม่ลบหน้าที่หรือความรับผิดที่เกิดขึ้นก่อนวันปิดบัญชี และข้อมูลบางส่วนอาจต้องเก็บตามกฎหมาย 20.8 การระงับบัญชีและป้ายสถานะชั่วคราวเพื่อความปลอดภัย (Preventive Suspension): นอกเหนือจากข้อ 20.1 บริษัทสงวนสิทธิแต่เพียงผู้เดียวในการระงับการเข้าถึงบัญชี ซ่อนโปรไฟล์ ระงับป้ายสถานะ หรือระงับการจับคู่ชั่วคราวได้ทันทีโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า หากบริษัทได้รับแจ้งข้อร้องเรียน หรือมีเหตุอันควรสงสัยอย่างมีนัยสำคัญว่าผู้ใช้อาจกระทำการอันกระทบต่อความปลอดภัย ชีวิต ร่างกาย ทรัพย์สิน การประกอบวิชาชีพโดยผิดกฎหมาย หรือละเมิดข้อกำหนดการใช้งานอย่างร้ายแรง 20.9 การระงับบัญชีชั่วคราวตามข้อ 20.8 เป็นมาตรการคุ้มครองความปลอดภัยส่วนรวมและจำกัดความเสี่ยงเบื้องต้นเท่านั้น ไม่ถือเป็นการชี้ขาดข้อพิพาท การตัดสินความผิด การตั้งข้อหาทางอาญา หรือการกล่าวหาผู้ใช้แต่อย่างใด 20.10 บริษัทไม่ต้องรับผิดชอบต่อความสูญเสียรายได้ ค่าเสียโอกาสทางการค้า ผลกระทบต่อชื่อเสียง หรือความเสียหายทางตรงและทางอ้อมใดๆ ที่เกิดขึ้นกับผู้ใช้ในระหว่างที่บัญชีถูกระงับตามข้อ 20.8 เพื่อรอการตรวจสอบข้อเท็จจริง 20.11 ในกรณีที่ผู้ดูแลถูกระงับบัญชีชั่วคราวตามข้อ 20.8 และมีสถานะกำลังให้บริการหรือรอการให้บริการแก่ผู้ใช้ฝั่งครอบครัวรายอื่น บริษัทสงวนสิทธิในการแจ้งเตือนผู้ใช้ฝั่งครอบครัวรายดังกล่าวให้ทราบถึงการเปลี่ยนสถานะบัญชีชั่วคราวเพื่อการตรวจสอบเพื่อความปลอดภัย โดยบริษัทจะใช้ถ้อยคำที่เป็นกลางและไม่เปิดเผยรายละเอียดข้อกล่าวหาที่ยังไม่ผ่านการพิสูจน์ 20.12 เมื่อมีการระงับบัญชีชั่วคราวตามข้อ 20.8 บริษัทจะแจ้งให้ผู้ใช้ทราบผ่านช่องทางที่ผู้ใช้ให้ไว้ (เว้นแต่การแจ้งนั้นอาจขัดขวางการสืบสวนหรือขัดต่อกฎหมาย) และเปิดโอกาสให้ผู้ใช้ส่งพยานหลักฐานหรือคำชี้แจงภายในระยะเวลาตามข้อ 20.5 ก่อนที่บริษัทจะพิจารณายกเลิกการระงับบัญชี หรือยกระดับเป็นการยกเลิกบัญชีถาวรตามวิจารณญาณของบริษัท
21. ช่องทางช่วยเหลือ การร้องเรียน และการระงับข้อพิพาทระหว่างผู้ใช้
21.1 ผู้ใช้สามารถติดต่อบริษัทผ่าน - อีเมล: contact@kindora.care - โทรศัพท์: 062-946-9642 - LINE OA: อยู่ระหว่างเปิดใช้งาน LINE Official Account (ติดต่อผ่านอีเมลหรือโทรศัพท์ด้านบนก่อน) - แบบฟอร์มร้องเรียน: kindora.care - ที่อยู่ไปรษณีย์: 981/109 ม.9 ซอยพัฒนา 22 ถนนเลียบคลองหลวงแพ่ง อำเภอบางแก้ว ตำบลบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ 10540 21.2 ผู้ร้องเรียนควรให้ข้อมูลอย่างน้อย - ชื่อและช่องทางติดต่อ - หมายเลขบัญชีหรือหมายเลขเคส - วันที่และรายละเอียดเหตุการณ์ - เอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้อง - ผลลัพธ์ที่ต้องการ 21.3 บริษัทตั้งเป้าหมายที่จะ - ยืนยันการรับเรื่องภายใน 3 วันทำการ - แจ้งผลเบื้องต้นหรือสถานะภายใน 7 วันทำการ - ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 15 วันทำการ เว้นแต่เรื่องซับซ้อนหรือเกี่ยวข้องกับหน่วยงานภายนอก 21.4 บริษัทอาจขอข้อมูลเพิ่มเติม รับฟังทั้งสองฝ่าย จำกัดการติดต่อชั่วคราว หรือใช้มาตรการความปลอดภัยระหว่างตรวจสอบ 21.5 บริษัทอาจช่วยไกล่เกลี่ย แต่ไม่มีอำนาจตัดสินข้อพิพาททางแพ่งแทนศาล เว้นแต่กฎหมายหรือข้อตกลงเฉพาะกำหนด 21.6 ผู้ใช้ยังคงมีสิทธิร้องเรียนต่อหน่วยงานรัฐ ใช้การไกล่เกลี่ย หรือดำเนินคดีตามกฎหมาย
22. บริการและลิงก์ของบุคคลภายนอก
22.1 แพลตฟอร์มอาจเชื่อมต่อกับบริการภายนอก เช่น ระบบยืนยันตัวตน ระบบแผนที่ คลาวด์ ระบบรับชำระเงิน LINE หรือบริการตรวจสอบเอกสาร 22.2 บริษัทไม่ควบคุมข้อกำหนด นโยบาย หรือความพร้อมใช้งานของบุคคลภายนอก ผู้ใช้ควรอ่านเงื่อนไขของผู้ให้บริการนั้น 22.3 บริษัทจะคัดเลือกและกำกับผู้ประมวลผลข้อมูลตามสมควร แต่ไม่รับประกันว่าบริการภายนอกจะทำงานโดยไม่มีข้อผิดพลาดหรือหยุดชะงัก
23. ความพร้อมใช้งานและการเปลี่ยนแปลงแพลตฟอร์ม
23.1 บริษัทพยายามให้แพลตฟอร์มมีความปลอดภัยและพร้อมใช้งาน แต่ไม่รับประกันว่าจะไม่มีการขัดข้อง ความล่าช้า หรือข้อผิดพลาด 23.2 บริษัทอาจบำรุงรักษา เปลี่ยนแปลง เพิ่ม ลด หรือยุติฟังก์ชันเพื่อความปลอดภัย การปฏิบัติตามกฎหมาย หรือการพัฒนาบริการ 23.3 หากการเปลี่ยนแปลงมีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อสิทธิของผู้ใช้ บริษัทจะแจ้งล่วงหน้าตามสมควรและให้ทางเลือกตามที่กฎหมายกำหนด 23.4 บริษัทจะไม่รับผิดจากการหยุดชะงักที่เกิดจากเหตุสุดวิสัย ระบบโทรคมนาคม ไฟฟ้า ภัยพิบัติ การโจมตีไซเบอร์ หรือเหตุที่อยู่นอกการควบคุมตามสมควร แต่จะใช้ความพยายามที่เหมาะสมเพื่อลดผลกระทบ
24. ข้อสงวนสิทธิและการไม่รับประกัน
24.1 บริษัทให้บริการแพลตฟอร์มตามสภาพและตามที่มีอยู่ ภายใต้หน้าที่ตามกฎหมาย 24.2 บริษัทไม่รับประกันว่า - ข้อมูลที่ผู้ใช้ให้จะถูกต้องครบถ้วนทุกประการ - การตรวจสอบจะค้นพบข้อมูลหรือเหตุการณ์ทั้งหมด - ผู้ดูแลหรือผู้ใช้ฝั่งครอบครัวจะปฏิบัติตามข้อตกลง - การจับคู่จะเหมาะสมหรือประสบความสำเร็จในทุกกรณี - บริการดูแลจะป้องกันอุบัติเหตุ อาการทรุด หรือเหตุฉุกเฉินได้ทั้งหมด - แพลตฟอร์มจะทำงานต่อเนื่องโดยไม่มีข้อผิดพลาด 24.3 ข้อสงวนสิทธินี้ไม่ตัดหรือจำกัดคำรับรอง หน้าที่ หรือสิทธิที่ไม่อาจยกเว้นได้ตามกฎหมาย
25. การจำกัดความรับผิดของบริษัท
25.1 เท่าที่กฎหมายอนุญาต บริษัทรับผิดเฉพาะความเสียหายโดยตรงที่พิสูจน์ได้และเป็นผลโดยตรงจากการผิดหน้าที่ของบริษัท 25.2 บริษัทไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายทางอ้อม การสูญเสียรายได้ กำไร โอกาส ข้อมูล ชื่อเสียง หรือความเสียหายพิเศษที่ไม่อาจคาดหมายได้โดยสมควร เว้นแต่กฎหมายกำหนดเป็นอย่างอื่น 25.3 บริษัทไม่รับผิดชอบต่อการกระทำหรือละเว้นของผู้ใช้รายหนึ่งต่อผู้ใช้อีกราย เว้นแต่ความเสียหายเกิดจากการผิดหน้าที่ของบริษัทเองตามกฎหมาย 25.4 ความรับผิดรวมของบริษัทที่เกิดจากหรือเกี่ยวข้องกับธุรกรรมใด จะไม่เกินจำนวนค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มที่บริษัทได้รับจริงจากธุรกรรมที่เป็นเหตุแห่งข้อเรียกร้องนั้น หรือ 10,000 บาท แล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่า เว้นแต่ - เป็นความรับผิดที่กฎหมายห้ามจำกัด - เกิดจากการจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของบริษัท - เกี่ยวข้องกับความเสียหายต่อชีวิตหรือร่างกายในกรณีที่ไม่อาจจำกัดได้ - เป็นความรับผิดตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคที่ไม่อาจยกเว้นได้ 25.5 ข้อจำกัดความรับผิดในหมวดนี้ใช้ได้เฉพาะเท่าที่กฎหมายอนุญาต และต้องไม่ตีความเป็นการตัดสิทธิผู้บริโภคหรือยกเว้นหน้าที่ซึ่งกฎหมายห้ามยกเว้นหรือจำกัด
26. การชดใช้ความเสียหาย
26.1 เท่าที่กฎหมายอนุญาต ผู้ใช้ตกลงรับผิดและชดใช้ความเสียหายที่บริษัทได้รับจาก - การฝ่าฝืนข้อกำหนดโดยผู้ใช้ - ข้อมูลหรือเอกสารเท็จที่ผู้ใช้ส่ง - การละเมิดสิทธิของบุคคลอื่น - การกระทำผิดกฎหมายหรือเกินขอบเขตวิชาชีพ - ข้อเรียกร้องที่เกิดจากบริการดูแลซึ่งผู้ใช้เป็นผู้กระทำ 26.2 บริษัทต้องแจ้งข้อเรียกร้องและให้ผู้ใช้มีโอกาสร่วมชี้แจงหรือป้องกันคดีตามสมควร 26.3 ข้อนี้ไม่ใช้เพื่อผลักภาระความรับผิดที่เกิดจากความผิดของบริษัทไปยังผู้บริโภคโดยไม่เป็นธรรม
27. การประกันภัย
27.1 เว้นแต่ระบุไว้เป็นลายลักษณ์อักษร บริษัทไม่ได้จัดให้มีประกันสุขภาพ ประกันอุบัติเหตุ ประกันความรับผิดทางวิชาชีพ ประกันทรัพย์สิน หรือประกันการทำงานแก่ผู้ใช้ 27.2 ผู้ใช้ควรตรวจสอบความคุ้มครองประกันของตนและพิจารณาจัดทำประกันที่เหมาะสมกับความเสี่ยงของเคส 27.3 หากบริษัทจัดให้มีโครงการประกันในอนาคต ขอบเขต ความคุ้มครอง ข้อยกเว้น และผู้รับประกันจะระบุในเอกสารแยกต่างหาก
28. การแก้ไขข้อกำหนด
28.1 บริษัทอาจแก้ไขข้อกำหนดเพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมาย การเปลี่ยนแปลงบริการ ความปลอดภัย หรือรูปแบบธุรกิจ 28.2 หากเป็นการแก้ไขสาระสำคัญ บริษัทจะแจ้งผู้ใช้ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน หรือระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ผ่านอีเมล แพลตฟอร์ม หรือช่องทางที่เหมาะสม 28.3 บริษัทอาจแก้ไขโดยมีผลทันทีเมื่อจำเป็นเพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย รับมือภัยคุกคาม หรือป้องกันความเสียหายร้ายแรง โดยจะแจ้งผู้ใช้โดยเร็ว 28.4 ผู้ใช้ที่ไม่ยอมรับข้อกำหนดฉบับใหม่สามารถหยุดใช้บริการและขอปิดบัญชี ทั้งนี้ต้องชำระหรือปฏิบัติหน้าที่ที่เกิดขึ้นแล้ว 28.5 บริษัทจะเก็บประวัติฉบับและวันที่มีผลใช้บังคับเพื่อให้ผู้ใช้ตรวจสอบได้
29. กฎหมายที่ใช้บังคับและการระงับข้อพิพาท
29.1 ข้อกำหนดนี้อยู่ภายใต้กฎหมายไทย 29.2 ก่อนดำเนินคดี คู่กรณีควรพยายามเจรจาโดยสุจริตผ่านช่องทางร้องเรียนของบริษัทเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 30 วัน เว้นแต่มีเหตุฉุกเฉิน จำเป็นต้องขอคุ้มครองชั่วคราว อาจขาดอายุความ หรือกฎหมายกำหนดเป็นอย่างอื่น 29.3 หากไม่สามารถตกลงกันได้ คู่กรณีอาจตกลงร่วมกันเป็นลายลักษณ์อักษรให้นำข้อพิพาทเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยหรือการระงับข้อพิพาททางออนไลน์ (Online Dispute Resolution: ODR) ซึ่งดำเนินการโดยหน่วยงานของรัฐ หน่วยงานที่มีอำนาจ หรือผู้ให้บริการที่ได้รับการยอมรับหรือรับรองตามกฎหมาย เช่น ช่องทางหรือโครงการที่สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดให้มี ณ เวลานั้น 29.4 การเข้าร่วมไกล่เกลี่ยหรือ ODR เป็นไปโดยสมัครใจ เว้นแต่กฎหมายกำหนดเป็นอย่างอื่น และไม่ตัดสิทธิในการร้องเรียนต่อหน่วยงานรัฐ ขอคุ้มครองชั่วคราว หรือใช้สิทธิทางศาลเมื่อกระบวนการดังกล่าวไม่สำเร็จ 29.5 ผู้บริโภคยังคงมีสิทธิร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หน่วยงานด้านสาธารณสุข หรือหน่วยงานอื่นที่มีอำนาจ 29.6 ข้อพิพาทที่ไม่สามารถตกลงกันได้ให้อยู่ในเขตอำนาจของศาลไทยที่มีอำนาจตามกฎหมาย โดยไม่ตัดสิทธิผู้บริโภคในการใช้สิทธิตามกฎหมาย
30. ข้อกำหนดทั่วไป
30.1 การแยกส่วน: หากข้อใดไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือใช้บังคับไม่ได้ ให้ข้ออื่นยังคงมีผล และให้ตีความข้อที่มีปัญหาให้ใกล้เคียงเจตนาเดิมที่สุดเท่าที่กฎหมายอนุญาต 30.2 การไม่สละสิทธิ: การที่บริษัทไม่ใช้สิทธิในครั้งหนึ่งไม่ถือเป็นการสละสิทธิในครั้งต่อไป 30.3 การโอนสิทธิ: ผู้ใช้ไม่อาจโอนบัญชีหรือสิทธิตามข้อกำหนดโดยไม่ได้รับความยินยอม บริษัทอาจโอนสิทธิและหน้าที่ในการควบรวม ปรับโครงสร้าง หรือโอนธุรกิจ โดยจะแจ้งผู้ใช้และคุ้มครองสิทธิตามกฎหมาย 30.4 ข้อตกลงทั้งหมด: ข้อกำหนดนี้และนโยบายที่อ้างถึงเป็นข้อตกลงเกี่ยวกับการใช้แพลตฟอร์ม แต่ไม่แทนที่ข้อตกลงบริการดูแลหรือข้อตกลงเฉพาะอื่น 30.5 ภาษา: ฉบับภาษาไทยเป็นฉบับหลัก หากมีคำแปลและข้อความขัดกัน ให้ใช้ฉบับภาษาไทย เว้นแต่กฎหมายกำหนดเป็นอย่างอื่น 30.6 หัวข้อ: หัวข้อมีไว้เพื่อความสะดวกและไม่กระทบการตีความ 30.7 หนังสือแจ้ง: หนังสือแจ้งทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ส่งไปยังข้อมูลติดต่อที่ผู้ใช้ให้ไว้ถือว่าเป็นการแจ้งตามสมควร ทั้งนี้ภายใต้กฎหมายที่ใช้บังคับ
31. ข้อมูลติดต่อ
คำถามเกี่ยวกับข้อกำหนด การร้องเรียน หรือการใช้แพลตฟอร์ม ติดต่อได้ที่ คินโดร่าแคร์ ที่อยู่: 981/109 ม.9 ซอยพัฒนา 22 ถนนเลียบคลองหลวงแพ่ง อำเภอบางแก้ว ตำบลบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ 10540 อีเมลทั่วไป: contact@kindora.care อีเมลฝ่ายสนับสนุน: contact@kindora.care อีเมลคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล/DPO: contact@kindora.care โทรศัพท์: 062-946-9642 เวลาทำการ: จันทร์–ศุกร์ 09:00–18:00 น. (ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์) LINE OA: อยู่ระหว่างเปิดใช้งาน LINE Official Account (ติดต่อผ่านอีเมลหรือโทรศัพท์ด้านบนก่อน)